ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่าการที่องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ยังคงเดินหน้าเสริมกำลังทางทหาร ตามแนวพรมแดนทางตะวันออก “เป็นภัยคุกคามต่อแกนกลางด้านผลประโยชน์ของรัสเซีย” รัฐบาลมอสโกมีความวิตกกังวลว่า ในอนาคตนาโตอาจอาศัยยูเครนเป็นฐานปล่อยขีปนาวุธ ที่มีพิสัยทำการถึงกรุงมอสโก “ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที”

ปูตินกล่าวต่อไปว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของนาโตกดดันให้รัสเซียต้องพัฒนา “สิ่งที่ทัดเทียมกัน” เพื่อให้สามารถตอบสนองกับภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที ซึ่งในที่สุด รัฐบาลมอสโกประสบความสำเร็จในการพัฒนาขีปนาวุธนำวิถีไฮเปอร์โซนิก “เซอร์คอน” เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือกว่าเสียง 9 เท่า มีพิสัยทำการ 1,000 กิโลเมตร ผ่านการทดสอบมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง จนพร้อมเข้าประจำการกับกองทัพเรือของรัสเซีย ภายในช่วงต้นปี 2565

แม้ย้ำว่า การดำเนินการของนาโตในเวลานี้ อาจเข้าข่ายเป็นการล้ำเส้นในอนาคต และรัฐบาลมอสโก “พร้อมตอบสนองอย่างทันท่วงที” แต่ผู้นำรัสเซียมองว่า ทั้งสองฝ่ายยังควรเจรจาเพื่อแสวงหาจุดยืนร่วมกัน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านความมั่นคง “ของผู้เล่นทุกฝ่าย” สถานการณ์ตามแนวชายแดนระหว่างยูเครนกับรัสเซียในเวลานี้ เป็นอะไรที่มากกว่าการจะเกิดสงครามจริงหรือไม่

ท่าทีของปูตินเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของ 30 ชาติสมาชิกนาโต ที่กรุงริกา เมืองหลวงของลัตเวีย โดยนายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต กล่าวว่า สมาชิกทั้งหมดต้องเตรียมความพร้อมรับมือและตอบสนอง “ต่อสถานการณ์เลวร้ายที่สุด” นั่นคือการที่รัสเซียอาจส่งทหารข้ามพรมแดนเข้าไปในยูเครน แต่ยอมรับว่า นาโตยังคงสับสนกับ “เจตนาที่แท้จริง” ของปูติน ในการส่งทหารประชิดชายแดนยูเครน